เมษายน 18, 2014, 12:30:40 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: วิเคราะห์บอล วิเคราะห์บอลวันนี้ ทีเด็ดฟุตบอล วิเคราะห์ฟุตบอล
 
   หน้าแรก   เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กิเลนรัวท้ายสยบเจ้าท่า2-0,เทโรเฮ,โลมา0-0  (อ่าน 681 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เด็กเซียน
ผู้บริหาร
เทพเซียน
*****

พลังความชัว : 0
กระทู้: 883



อีเมล์
« เมื่อ: ตุลาคม 12, 2011, 07:13:07 PM »

   กิเลนรัวท้ายสยบเจ้าท่า2-0,เทโรเฮ,โลมา0-0                     "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ประเดิมกุนซือใหม่ เอ็นริเก้ คาลิสโต้ ได้อย่างสวยหรู หลังเปิดบ้านดับซ่า "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย เอฟซี ไปได้แบบสนุก 2-0 ดักโน่ เซียก้า ลงมาควง "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ซัดคนละเม็ด พาทีมเก็บ 3 แต้มแรกได้สำเร็จ ขณะที่ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน ทุบ "ตะหานน้ำ" ราชนาวีสโมสร นิ่ม 2-0 ส่วน "โลมามหาภัย" พัทยา ยูไนเต็ด เจ๊า "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ไร้สกอร์ 0-0        การแข่งขันฟุตบอล ไทนพรีเมียร์ลีก 2011 นัดที่ 3 ของฤดูกาล เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา    
เมืองทองฯ ยูไนเต็ด 2-0 การท่าเรือไทย เอฟซี
         ที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม เป็นศึกบิ๊กแมตช์ ระหว่าง "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เจ้าถิ่น ดีกรีแชมป์ 2 สมัยติดต่อกัน แข่งมา 2 นัด เก็บได้แค่ 1 แต้ม เฝ้าบ้านเป็นเกมแรกของฤดูกาลพบกับ "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย เอฟซี ที่ลงสนามมา 2 เกม เก็บได้เพียง 1 แต้มเช่นกัน          เกมนี้เจ้าถิ่น เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ได้ เอ็นริเก้ คาลิสโต้ กุนซือชาวโปรตุเกส ลงมาคุมทัพข้างสนามเป็นนัดแรก อย่างเป็นทางการ โดยใช้บริการนักเตะต่างชาติลงเป็น 11 คนแรก แค่รายเดียวเท่านั้น คือ บูบาการ์ อิสซูฟู มิดฟิลด์ ขณะที่ ดักโน่ เซียก้า, คริสเตียน เคาคู, มิโรสลาฟ ทอธ, เซช เรห์มาน มีชื่อแค่สำรอง เท่านั้น ส่วน โทนี่ กัลลิโอ กองหลัง และ ดิยาร์ร่า อาลี กองกลางไม่มีชื่อในเกมนี้          โดยนัดนี้ทีม กิเลนผยอง นำทัพโดยคู่หัวหอก อานนท์ สังสระน้อย, ธีรศิลป์ แดงดา, กองกลาง ดัสกร ทองเหลา ที่เรียกความฟิตกลับมาลงสนามกับบทแต้มจอมทัพได้ ขณะที่คนเฝ้าเสายังเป็น กวิน ธรรมสัจจานันท์          ด้านอาคันตุกะผู้มาเยือนทีมดังคลองเตย เกมนี้ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ส่ง จาค็อบ เล่นหน้าเป้า โดย สมปอง สอเหลบ กองหน้า ไม่มีชื่อในเกมนี้แต่อย่างใด          และก่อนเกมนัดนี้จะเริ่มได้มีการเปิดตัวกุนซือใหญ่คนใหม่ของเมืองทองฯ อย่าง เอ็นริเก้ คาลิสโต้ รวมถึงยืนไว้อาลัยให้กับผู้พลาดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ ถล่มประเทศญี่ปุ่น ด้วย          เริ่มเกมครึ่งแรกมาแค่ 2 นาที เมืองทองฯ ได้ลุ้นก่อน จากจังหวะที่ บูบาการ์ พาบอลเลาะริมเส้นซ้าย ก่อนเปิดตบเข้ากลางกะจะให้ อานนท์ สังสระน้อย ที่รอเข้าฮอสอยู่ แต่โดน มอยเซ่ กองหลังท่าเรือ บังทางไว้ได้ก่อน          นาทีที่ 5 ธีรศิลป์ แดงดา xxxทะลุช่องกะให้ อานนท์ แต่ มุนเซ่ อัลริช นายทวารทีมเยือนออกตัดไว้ก่อน ชนิดที่นายทวารจอมเฟอะฟะรายนี้ จาก 2 เกมที่ผ่านมา เจ็บไปด้วย          นาทีที่ 10 บูบาการ์ ของเมืองทองฯ ได้ซัดเต็มเหนี่ยว แต่บอลข้ามคานออกหลังไปไกล นาทีที่ 15 เกมส่วนใหญ่ยังเป็นของเมืองทองฯ ชนิด ที่ท่าเรือยังพาบอลเข้าไปให้ กวิน นายทวารออกแรงเซฟไม่ได้เลยแม้แต่หนเดียว พลาดได้ประตูนำอีกครั้ง เมื่อ จักรพันธ์ พรใส ทำพลาดของพลิ้วหลบกองหลังทีมเยือนซะจนพลาดของ          นาทีที่ 26 สตีเว่น ร็อบบ์ ปีกของท่าเรือ โชว์สเต็ปมากเเข้า จะลากหลบ ปกาศิต แบ็กขวาเมืองทองฯ แต่ไปไม่รอดทำพลาดของไปซะเอง          นาทีที่ 33 เป็นโอกาสลุ้นอีกครั้งของเมืองทองฯ อานนท์ จ่ายออกขวาให้ บูบาการ์ แต่ บูบาการ์ โดน มงคล นามนวด สกัดล้มลง ทวีป อินทร์แก้ว ผู้ตัดสินยอดเยี่ยมรางวัลฟุตบอลสยามโกลเดนบอล ปีล่าสุด ควักใบเหลืองให้ มงคล ทันทีเมืองทองฯ ได้ฟรีคิกแต่ไม่ได้ลุ้นอะไร          นาทีที่ 35 ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ กองหลังเติมขึ้นมาช่วยเล่นเกมรุก ยิงยัดเข้าไปแต่ติดเซฟ มุนเซ่ อัลริช ซะก่อน          นาทีที่ 39 กองเชียร์เมืองทองฯ ต้องร้องเพลงรอกันต่อไป เพราะทีมเกมดีกว่าบานเบอะ แต่ยิงไม่ได้ซะที จังหวะนี้พลาดอีกครั้ง สันติ ไชยเผือก แบ็กซ้าย วางไปสวย อานนท์ ขึ้นโขกคนแรกไม่โดน บูบาการ์ ซ้อนอีกที ก็โด่งข้ามหัวเลยเสาสองออกหลังไป          นาทีที่ 42 เมืองทองฯ ได้ฟรีคิกราว 30 กว่าหลากลางประตู หลัง ธีรศิลป์ แดงดา โดน มอยเซ่ ทำฟาวล์ ดัสกร ทองเหลา รับหน้าที่ปั่น แต่ไม่ดีพอ ที่จะผ่านมือ มุนเซ่ อัลริช          ทดเจ็บครึ่งแรก การท่าเรือไทย มีโอกาสบ้าง เมื่อ จาค็อบ ไหลให้ วรวุฒิ วังสวัสดิ์ ป้ายออกซ้ายให้ จิรวัฒน์ มัครมย์ หลุดเข้าไปซัด แต่ไม่ผ่านมือกวิน ที่ออกแรงเซฟไว้ได้นิ่ม จบครึ่งแรก 2 ทีมเสมอกันไปก่อน 0-0          ครึ่งหลัง นาทีที่ 58 กองเชียร์เมืองทองฯ เฮกันเก้อ ดักสร ทองเหลา เตะมุมซ้ายเข้ามา บอลตกใส่เสา ก่อนจะโดนกองหลังท่าเรือเคลียร์ทิ้งออกมาได้หวุดหวิด          นาทีที่ 59 เมืองทองฯ เปลี่ยนคนแรก โดยเอา อานนท์ ออกแล้วส่ง คริสเตียน เคาคู ลงไปทำเกมรุกแทน          นาทีที่ 60 ท่าเรือเปลี่ยนบ้าง เอา เอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์ ลงแทน สตีเว่น ร็อบบ์ นาทีที่ 63 คริสเตียน โดนมอยซี่ผลักล้มลงนอกเขตโทษ แต่ ทวีป ผู้ตัดสินเฉย เลยได้รับพลาดงโห่จากแฟนเมืองทองฯ เป็นรางวัลไป          นาทีที่ 66 เกมรุกของเมืองทองฯ ยังเจาะแนวรับทีมเยือนไม่เข้า จังหวะนี้ ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ เติมขึ้นไปวางบอลเข้าหัวธีรศิลป์ แต่บอลหลุดกรอบออกไป นาทีเดียวกันคริสเตียนได้ซัด 2 จังหวะซ้อนๆ แต่ติดเซฟ มุนเซ่ อัลริช          นาทีที่ 70 ท่าเรือเปลี่ยนคนที่ 2 เกมนี้ โดยเอาหัวหอกดาวรุ่งอย่าง ภูดิท เนียมคงลงไปแทนจาค็อบ          นาทีที่ 73 พิชิตพงษ์ เฉยฉิว สอยเอกภูมิโดนเหลืองไป จังหวะเดียวกัน ทวีป อินทร์แก้ว ผู้ตัดสิน ควักใบเหลืองที่ 2 ตามด้วยแดงให้กับ มงคล นามนวด หลังห้องเครื่องทีมเยือนรายนี้ที่รับไปแล้ว 1 เหลืองครึ่งแรกไป ตัดฟาวล์หนักใส่ บูบาร์กา ท่าเรือเหลือ 10 คน          นาทีที่ 74 เมืองทองฯ ส่ง ดักโน่ เซียก้า ลงแทน บูบาร์กา นาทีที่ 80 คริสเตียนหลุดเข้าไปซัด แต่ก็ไม่ผ่านเซฟของ มุนเซ่ อัลริช เมืองทองฯ พยายามทำทุกอย่างในเกมรุก แต่ก็ยังเจาะไม่เข้า          นาทีที่ 82 จักรพันธ์ พรใส วางฟรีคิกเข้าไป ณัฐพร กองหลังที่เติมขึ้นไปช่วยเกมรุก ส่องบอลซุกก้นตาข่ายทีมเยือนได้ แต่ก่อนหน้านี้ มุนเซ่ อัลริช นายทวารทีมเยือน โดนแนวรุกเมืองทองฯ ทำฟาวล์ซะก่อน เลยไม่ได้ประตูในจังหวะนี้          นาทีที่ 88 กองเชียร์เมืองทองฯ ได้เฮกันลั่นสนาม หลังทีมรักตัวเองขึ้นนำก่อน 1-0 ได้สำเร็จ จากการทำเกมกันสุดยอดของ 3 ประสานอย่าง คริสเตียน เคาคู ที่วางไปให้ ธีรศิลป์ แดงดา เปิดบอลแบบถวายพานไปเสาสองให้ ดักโน่ เซียก้า ตวัดเอี้ยวตัวยิงด้วยซ้ายงามหยดเข้าไปไม่เหลือซาก          ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 93 เมืองทองฯ มาได้ประตูปิดท้ายย้ำชัยเด็ดขาดในเกมนี้ จากจังหวะที่ท่าเรือไทยโหมบุกหนัก หวังจะตีเสมอ แต่เล่นกันพลาดเอง ก่อนจะเป็น คริสเตียน เคาคู ที่จ่ายไปให้ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ล็อกบอลหลบนายทวารทีมเยือนอย่าง มุนเซ่ อัลริช 1 จังหวะก่อนซัดเข้าปให้เมืองทองฯ นำเป็น 2-0          จบเกม เจ้าถิ่น "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ อยู่ไนเต็ด เอาชนะ การท่าเรือไทย เอฟซี ไปด้วยสกอร์ 2-0 คว้าชัยนัดแรกของซีซั่นนี้ได้สำเร็จ และเป็นการประเดิมชัยเกมแรกในถิ่นยามาฮ่า สเตเดี้ยม ที่พวกเขาไม่เคยแพ้ใครในเกมไทยลีกได้อย่างสวยงาม ชนิดประเดิมกุนซือใหญ่คนใหม่อย่าง เอ็นริเก้ คาลิสโต้ ได้งามหยดอีกด้วย          วาทะโค้ช        เอ็นริเก้ คาลิสโต้ กุนซือ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด "ต้องบอกเลยว่า ผมประทับใจกับหัวจิตหัวใจของลูกทีมทุกคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความมุ่งมั่น แม้เราต้องรอประตูถึงท้ายเกม แต่ทุกคนก็ไม่ถอดใจแต่อย่างใด นี่คือคำว่าสปิริตทีมแท้ๆ เรามีโอกาสหลายครั้งในเกมนี้ แต่ท่าเรือเขาตั้งใจมารับเลย ทำให้เรามาได้ประตูท้ายเกม ผมมีความสุขครับกับเกมนัดนี้"        สะสม พบประเสริฐ กุนซือการท่าเรือไทย เอฟซี "ถามว่าผมพอใจกับผลที่ออกมามั้ย ไม่เลยนะ เพราะเราเป็นฝ่ายแพ้กลับออกไป แต่ผมพอใจกับลูกทีมตัวเองนะ ที่ทุกคนช่วยเกมต้านเกมรุกของเมืองทองฯ ได้ดี ก่อนจะมาพลาดช่วงท้ายเกม ผมภูมิใจในตัวลูกทีมทุกคน แม้จะผ่าน 3 นัด ด้วยการยังไม่ชนะใคร เราก็ต้องสู้ และทำงานหนักกันต่อไป"          รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม        เมืองทองฯ ยูไนเต็ด : กวิน ธรรมสัจจานันท์ 7, ปกาศิต แสนสุข 7, ภานุพงศ์ วงศ์ษา 7, ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ 7, ดัสกร ทองเหลา 7.5, ธีรศิลป์ แดงดา 8, บูบาร์กา อิสซูฟู 7 (ดักโน่ เซียก้า 7.5), จักรพันธ์ พรใส 7, อานนท์ สังสระน้อย 7 (คริสเตียน เคาคู 7.5), สันติ ไชยเผือก 7, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว 7        การท่าเรือไทย เอฟซี  : มุนเซ่ อัลริช 6, ทศพล ลาเทศ 6, วรวุฒิ วังสวัสดิ์ 6.5 (สราวุฒิ คงเจริญ - ), มงคล นามนวด 6, จีระวัฒน์ มัคคะรมย์ 6, จาค็อบ 6 (ภูศิท เนียมคง 6), สตีเว่น ร็อบบ์ 6 (เอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์ 6), มาริโอ ดาซิลวา 6, อาลีฟ เปาะจิ 6, เกียรติเจริญ เรืองปาน 6, มอยเซ่ 6          แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอก เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
บีอีซี เทโรศาสน 2-0 ราชนาวีสโมสร
         ที่สนามเทพหัสดิน "มังกรไฟ 3 เค" บีอีซี เทโรศาสน ที่ลงสนามมา 2 นัด มีอยู่ 3 แต้ม เปิดรังเหย้ารับการมาเยือนของ "ตะหานน้ำ" ราชนาวีสโมสร ทีมอันดับบ๊วยของตาราง ที่ลงเล่น 2 นัด ยังไม่มีแต้ม          เกมนี้ ปีเตอร์ บัลเลอร์ กุนซือชาวเมืองผู้ดี ของ "มังกรไฟ" ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ เนื่องจากตัวหลักที่เป็นกำลังสำคัญ ยังสามารถผ่านความฟิตพร้อมลงสนามได้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ปรัชญ์ สมัคราษฎร์, ปิยะชาติ ถามะพันธ์ รวมถึง "ลีซอ" ธีรเทพ วิโนทัย และ รณชัย รังสิโย ที่ได้จับคู่เป็นหัวหอกร่วม          ขณะที่ "โค้ชเรือง" น.อ.เรืองฤทธิ์ แสงแก้ว กุนซือราชนาวี มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่น 11 ตัวแรก จากนัดที่แพ้เชียงราย ยูไนเต็ด 1-3 เกือบค่อนทีม โดยเฉพาะแนวรุกผิวสี ที่โดนดร็อปเป็นตัวสำรองในเกมนี้ ขณะที่แกนหลักยังคงใช้ ปิยะชาติ ศรีมะเรือง ที่ได้ยืนคุมเกมกลางสนาม เช่นเดียวกับตัวหลักรายอื่นๆ อย่าง เจษฎา งามเมือง, วุฒิชัย อะสุชีวะ และ รัฐพร แซ่ตั๋น ยังคงได้ออกสตาร์ตเป็น 11 ตัวแรกเหมือนเช่นเคย          โดยก่อนที่เกมการแข่งขันคู่นี้จะเริ่มขึ้น ทางโฆษกประจำทีมบีอีซี เทโรศาสน ก็ได้ประกาศให้ทุกคนที่อยู่ภายในสนามเทพหัสดิน ได้ร่วมกันยืนไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที ให้แก่ผู้ที่พลาดชีวิตในเหตุการณ์ที่คลื่นยักษ์สึนามิพัดเข้าถล่มประเทศญี่ปุ่น จนสร้างความพลาดหายมากที่สุดในรอบ 140 ปี อีกด้วย          เริ่มเกมในครึ่งเวลาแรก แม้ว่าเจ้าถิ่น "มังกรไฟ 3 เค" เป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือชั้นกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถผ่าด่านแนวรับของราชนาวีเข้าไปเจาะตาข่ายได้ตามถนัด ขณะะที่ราชนาวี ที่อาศัยเน้นรับพร้อมกับรอโต้กลับ จนเกือบที่จะได้ลุ้นก่อนใน นาทีที่ 8 จากการหลุดลากเดี่ยวขึ้นไปทางซ้ายของ วุฒิชัย อะสุชีวะ ก่อนที่จะตะบันแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน บอลเกือบจะมุดพลาดบใต้คานอยู่แล้ว แต่ พิศาล ดอกไม้แก้ว นายด่านเจ้าถิ่นยังบินปัดออกหลังเอาไว้ได้ทัน          นาทีที่ 11 แฟนบีอีซี เทโรฯ ก็เฮกันเก้อ จากจังกหวะที่ โซโลมอน โอคูตู้ มิดฟิลด์ผิวสีจัดการวอลเลย์ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายในจังหวะเก็บตกลูกฟรีคิก แต่ สุวัฒน์ วรรณขันธ์ ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 ก็สะบัดธงไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นจังหวะทำฟาวล์ผู้รักษาประตูราชนาวี          เกมดำเนินมาถึง นาทีที่ 34 ก็เป็นเจ้าถิ่น บีอีซี เทโรฯ ที่ได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะเติมขึ้นทางฝั่งซ้ายของ ไพฑูรย์ นนทะดี ก่อนที่จะเปิดเข้ากลางมาที่จุดนัดพบและเป็น รณชัย รังสิโย ที่วอลเลย์เข้าไปไม่เหลือซาก ช่วยให้ บีอีซี เทโรศาสน ออกนำในครึ่งแรก 1-0          ครึ่งหลัง ทัพ "มังกรไฟ" ได้ลุ้นก่อน นาทีที่ 49 จากจังหวะสับไกยิงในกรอบเขตโทษของ ธีรเทพ วิโนทัย แต่บอลก็ยังได้แฉลบแนวรับ ราชนาวี ออกหลังเป็นลูกเตะมุม          นาทีที่ 55 ราชนาวี มีโอกาสตีเสมอมากที่สุด จากลูกฟริคิกริมสนามด้านขวา จียัมฟี เอดู บรรจงปั่นมาที่หน้าประตู พิศาล ดอกไม้แก้ว นายทวารมังกรไฟรับไม่ติดมือ บอลกระฉอกมาเข้าทาง อมาร่า เจอร์รี่ ที่พุ่งโหม่ง แต่ก็ยังโดนไม่เต็มหัวหลุดออกหลังไปในที่สุด          นาทีที่ 64 บีอีซี เทโร ก็มาได้ประตูที่ 2 จนได้จากการประสานงานของ ธีรเทพ วิโนทัย ที่ทำชิ่งในกรอบเขตโทษกับ โซโลมอน โอคูตู้ ก่อนที่ ธีรเทพ จะเป็นผู้เปิดบอลเข้าทางปืน โซโลมอน หาจังหวะเอี้ยวตัววอลเลย์ แม้บอลจะไปติดปลายมือของ สิทธิพงษ์ มะนาวหวาน นายทวารราชนาวี แต่สุดท้ายก็ยังไปเข้าทาง รณชัย รังสิโย ที่ยืนแปง่ายๆ เข้าไปช่วยให้ มังกรไฟ หนีเพิ่มเป็น 2-0          นาทีที่ 74 บีอีซี เทโรฯ ส่งบอลไปเข้าซุกก้นตาข่ายแล้ว จากการโหม่งโล่งๆ ตรงเส้นเขตโทษของ โซโลมอน โอคูตู้ แต่ อภิชาติ รุ่งโรจน์ธรรม ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ก็สะบัดธงล้ำหน้าให้กับ โซโลมอน ทันที ส่งผลให้ชวดได้ประตูที่ 3 ไปในที่สุด          เวลาที่เหลือไม่มีทีมไหนทำอะไรกันเพิ่มได้ จบเกม บีอีซี เทโรฯ ชนะ ราชนาวีสโมสร 2-0 เก็บ 3 แต้มแรกในบ้านได้สำเร็จ          วาทะโค้ช        ปีเตอร์ บัตเลอร์ กุนซือบีอีซี เทโรศาสน "ผมรู้อยู่แล้วว่าเกมนี้ไม่ใช่เกมที่ง่ายของพวกเราอย่างแน่นอน แต่เมื่อเด็กสามารถเล่นได้ตามแท็กติกที่วางไว้ เราก็สามารถกุมความได้เปรียบ พร้อมกับเก็บ 3 แต้มเต็มได้ในที่สุด"        น.อ.เรืองฤทธิ์ แสงแก้ว กุนซือราชนาวี "ยอมรับเลยครับ ว่าแม้เราจะแพ้เกมนี้ แต่ก็เป็นเกมที่สนุก นักเตะดาวรุ่งหลายคนของผมถือว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าจับตา หากเราไม่พลาด ประตูแรกที่เร็วเเข้าไป ผมก็คิดว่าเราจะไม่แพ้เกมนี้แน่"          รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม        บีอีซี เทโรศาสน : พิศาล ดอกไม้แก้ว 7, ปรัชญ์ สมัครราษฎร์ 7, รณชัย รังสิโย 7.5 (คริส แบรนดอน 6.5), ปิยะชาติ ถามะพันธ์ 7, ธีรเทพ วิโนทัย 7, มิก้า ชูนวลศรี 7, วิลเลี่ยม อาจูว่า, เอเคเล่ 7, ไพฑูรย์ นนทะดี 7, โซโลมอน โอคูตู้ 7, ฮิลเตอร์ มาร์ติน 7        ราชนาวีสโมสร : สิทธิพงษ์ มะนาวหวาน 6, รัฐพร แซ่ตั๋น 6, พงษ์พีระ ประจงไสย 6 (สมพร ธัญญเจริญ), กุศล เพ่งผล 6, อนุวัฒน์ ศรชัย 6 (จียัมฟี เอดู 6), ปิยะชาติ ศรีมะเรือง 6, อมาร่า เจอร์รี่ 6, เสกสัรต์ ชาวทองหลาง 6, วุฒิชัย อะสุชีวะ 6, เจษฎา งามเมือง 6, คมสันต์ เมินดี 6          แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : รณชัย รังสิโย กองหน้า บีอีซี เทโรศาสน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: